LINE : @onutools

เข้าใจหน่วยการวัดต่าง ๆ นิ้ว เมตร มิลเมตร เซนติเมตร กับงาน DIY

เข้าใจหน่วยการวัดต่าง ๆ นิ้ว เมตร มิลเมตร เซนติเมตร กับงาน DIY

ประเทศไทยนั้นเป็นประเทศหนึ่งที่ใช้หน่วยวัดแบบผสมผสานมากที่สุดในโลก มีทั้งแบบที่ช่างชาวบ้านเรียนต่อ ๆ กันมาและรู้กันเอง มีทั้งแบบที่สอนในสถานศึกษาและมีทั้งที่ใช้เฉพาะในร้านค้าและวิธีการเรียงทางเทคนิค สรุปแล้วการทำความเข้าใจเกี่ยวกับหน่วยวัดเหล่านี้เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้แม้ว่าจะปวดหัวสักเท่าไรก็ตาม

ก่อนที่จะทำความเข้าใจ ถ้าไม่อยากวุ่นวายเสียเวลามาก เวลาซื้อก็ถามที่ร้านได้เลยครับ บอกเค้าว่าจะเอาท่อไปทำอะไร ใช้ท่อแบบไหนดี ส่วนใหญ่ที่ร้านก็จะช่วยอธิบายบอกให้อยู่แล้ว ถ้าเป็นร้านค้าร้านใหญ่ ๆ เขาอาจจะไม่สนใจลูกค้าที่ซื้อของทีละน้อย ๆ ก็ลองไปถามร้านเล็ก ๆ ดูก่อนก็ได้ครับ ร้านขายอุปกรณ์ช่างเล็ก ๆ มักจะให้ความเอาใจใส่ต่อลูกค้ามากกว่าร้านใหญ่ซึ่งมีลูกค้าเป็นผู้รับเหมาซื้อที่ละมาก ๆ ครับ

หน่วยวัดที่ใช้มากในงานช่าง DIY ของไทยมีอยู่สามอย่าง หน่วยเมตริก (Metric) หน่วยอเมริกัน-อังกฤษ (American-Englisn, ANSI) และหน่วยผสมผสาน หน่วยเมตริกนั้นเข้าใจง่ายที่สุดแต่เนื่องจากความนิยมอันแปลกประหลาดในประเทศไทยทำให้หน่วยอเมริกันถูกใช้ในหลาย ๆ ด้าน 

หน่วยเมตริกนั้นจะใช้ มิลลิเมตร เซนติเมตร เมตร โดยมีอัตราส่วนชัดเจนลงตัว 10 มิลลิเมตรจะเท่ากับ 1 เซนติเมตร 100 เซนติเมตรจะเท่ากับ 1 เมตร หมายความว่า 1 เมตรจะเท่ากับ 1,000 มิลลิเมตร 1,000 เมตร จะเท่ากับ 1 กิโลเมตร ดูได้จากตารางด้านล่างนี้

10 มิลลิเมตร (10 mm) เท่ากับ 1 เซนติเมตร(1 cm)
10 เซนติเมตร (10 cm) เท่ากับ 1 เดซิเมตร *ไม่นิยมใช้กันในงานช่าง
100 เซนติเมตร (100 cm) เท่ากับ 1 เมตร (1 m)
1 เมตร (1 m) เท่ากับ 1,000 มิลลิเมตร (1,000 mm)
1,000 เมตร (100 m) เท่ากับ 1 กิโลเมตร (1 km)

ถ้าต้องการแปลงหน่วยจาก มิลลิเมตร (mm) ให้เป็น เซนติเมตร (cm) ให้หารด้วยสิบ
ตัวอย่าง  50 mm = (50 /10) = 5 cm

ถ้าต้องการแปลงหน่วยจาก เซนติเมตร (cm) ให้เป็น มิลลิเมตร (mm) ให้คูณด้วยสิบ
ตัวอย่าง  80 cm = (80 * 10) = 800 mm

ถ้าต้องการแปลงหน่วยจาก เซนติเมตร (cm) ให้เป็น เมตร (m) ก็ให้หารด้วยร้อย
ตัวอย่าง  150 cm = (150 / 100) = 1.5 m

ในทางกลับการ ถ้าต้องการแปลงจากเมตรให้เป็นเซนติเมตรก็ต้องคูณด้วยร้อย
ตัวอย่าง 2.4 m = (2.4 * 100) = 240 cm

หน่วยวัดแบบเมตริกนี้แปลงง่าย ไม่มีอะไรพลิกแพลงมาก แต่ด้วยเหตุผลหลายประการบวกกับอิทธิพลจากทางฝั่งอเมริกาทำให้เราจำเป็นต้องใช้หน่วยวัดอีกสองหน่วยคือ นิ้ว และ หุน ประกอบด้วย

ในขณะที่ เซนติเมตร สามารถแบ่งย่อยเล็กลงไปเป็น มิลลิเมตร ได้ แต่ นิ้ว นั้นไม่มีชื่อเรียกเฉพาะสำหรับเรียกหน่วยย่อยเล็กลงไป ดังนั้นเวลาจะเรียกขนาดที่เล็กย่อยลงไปโดยอิงตาม นิ้ว จึงจำเป็นต้องใช้วิธีเรียกพิเศษ คือการเรียกเป็นอัตราส่วน โดยจะทำความเข้าใจได้ง่ายถ้าเราคิดจินตนาการแบ่งความยาว 1 นิ้วออกเป็นสองส่วน จากนั้นจึงแบ่งย่อยลงไปจาก สองส่วนเป็นสี่ส่วน

1 นิ้ว แบ่งเป็นสองส่วน = (1/2  + 1/2) นิ้ว
1/2 นิ้ว แบ่งเป็นสองส่วน = (1/4 + 1/4) นิ้ว
1/4 นิ้ว แบ่งเป็นสองส่วน = (1/8 + 1/8) นิ้ว
1/8 หรือ หนึ่งส่วนแปดนิ้วนี้คือ 1 หุน หนึ่งนิ้วจะมีด้วยกัน 8 หุน หมายความว่าแบ่ง นิ้ว ออกเป็น 8 ส่วน แต่ละส่วนจะยาวหนึ่งหุน

ที่มาของ หุน นี้ จากการค้นคว้าของผมทราบว่าเป็นการดัดแปลงจากหน่วยวัดของจีน เนื่องจากคนจีนมีมากในประเทศไทยจึงได้นำหน่วยวัดนี้เข้ามาใช้ในประเทศไทยด้วย นิ้วจีน เองก็มีความใกล้เคียงกับนิ้วอเมริกันอยู่แล้ว และหน่วยวัดจีนก็มีการแบ่งนิ้วออกเป็นส่วน ๆ ซึ่งกลายมาเป็น หุน ในที่สุด ในภายหลังหน่วยวัดจีนได้มีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงให้เท่ากับ นิ้ว ของอเมริกันเพื่อความสะดวกในการทำงาน

ความนี้เวลาช่างคนไทยใช้หน่วยวัดก็ทำการเล่นลูกเล่นพลิกแพลงเรียกให้ปวดหัวกัน

สำหรับการแปลงหน่วยระหว่าง นิ้ว และ หุน นั้นก็ตรงไปตรงมา 1 นิ้ว = 8 หุน, ครึ่งนิ้ว = 4 หุน, 1/4 นิ้ว = 2 หุน, 1/8 นิ้ว = 1 หุน การใช้งานนั้นบ่อยครั้งจะมีการเรียกแบบผสมผสาน อย่างเช่น 1 นิ้ว 2 หุน ก็จะหมายความว่า 1 นิ้ว กับอีก 1/4 นิ้ว บางครั้งจะมีการแปลงอัตราส่วนในการเรียกให้เราสับสนเข้ามาอีก อย่างเช่น 6 หุน ซึ่งเท่ากับ 6/8 นิ้ว แต่กลับมีการแปลงอัตราส่วนให้เป็น 3/4 นิ้วซึ่งมีค่าเท่ากัน ต้องคำนึงตรงนี้เอาไว้ให้ดี

ความยุ่งยากจะเกิดขึ้นเมื่อเราต้องแปลงหน่วยเมตริกมาเป็นหน่วยอเมริกัน แปลงจากเซนติเมตร เป็น นิ้ว เป็นหุน ซึ่งแค่คิดก็ปวดหัวแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการแปลงในทิศทางใดก็ตาม

ก่อนที่จะทำการแปลงนั้นเราต้องเข้าใจก่อนว่าผลที่ได้อาจจะไม่ใช่ตัวเลขที่ลงตัว วัสดุงานช่างจำนวนมากมีการผลิตให้โดยอิงตามรูปแบบการวัดไม่เท่ากัน การเลือกซื้อวัสดุต่าง ๆ จึงมีความจำเป็นต้องวางแผนล่วงหน้าว่าจะเลือกใช้หน่วยวัดใด จะให้ดีก็เลือกเอาที่คนส่วนใหญ่นิยมใช้ เวลาซ่อมแซมแก้ไขปรับปรุงจึงจะทำได้ง่าย

1 นิ้ว (1 inch) เท่ากับ 2.54 เซนติเมตร (2.54 cm)
1 นิ้ว (1 inch) เท่ากับ 25.4 มิลลิเมตร (25.4 mm)
1 เซนติเมตร (1 cm) เท่ากับ 0.393701 นิ้ว (0.393701 inch)
1 มิลลิเมตร (1 mm) เท่ากับ 0.0393701 นิ้ว (0.0393701 inch)
1 หุน เท่ากับ 0.3175 เซนติเมตร (0.3175 cm)
1 หุน เท่ากับ 3.175 มิลลิเมตร (3.175 mm)

การแปลงนิ้วให้เป็นเซนติเมตรนั้นทำได้ด้วยการคูณ 2.54
ตัวอย่าง 1.5 นิ้ว = 1.5 * 2.54 = 3.81 เซนติเมตร

การแปลงนิ้วให้เป็นมิลลิเมตรทำได้ด้วยการคูณ 25.4
ตัวอย่าง 2.5 นิ้ว = 2.5 * 25.4 = 63.5 มิลลิเมตร

แต่เนื่องจากการใช้หน่วยวัดเป็นหุน การแปลงหน่วยจึงมีความซับซ้อนมากขึ้น ถ้าหากเป็นการแปลงหุนง่าย ๆ ให้คำนวณตามนี้

เนื่องจาก 1 หุน = 1/8 นิ้ว และ 1 นิ้ว = 2.54 เซนติเมตร หมายความว่า 1 หุน = 2.54 / 8 = 0.3175 เซนติเมตร ตามที่ระบุไว้ในตารางก่อนหน้านี้ การคำนวณแปลงค่าจากหุนเป็นเซนติเมตรจึงทำได้ด้วยการคูณ 0.3175 เข้าไป
ตัวอย่าง 3 หุน = 3 * 0.3175 = 0.9555 เซนติเมตร หรือถ้าต้องการแปลงเป็นมิลลิเมตรก็เลื่อนทศนิยมขึ้นมาอีกหนึ่งหลักเป็น 9.555 มิลลิเมตร

1 นิ้ว 2 หุน จำคำนวณได้โดยการแยกออกเป็นสองส่วน ส่วนแรกคือ นิ้ว ถ้าต้องการแปลงเป็นเซนติเมตร ให้นำมาคูณ 2.54 ซึ่งจะได้ 2.54 เซนติเมตร จากนั้นจึงนำไปบวกกับ หุน คือ 2 * 0.3175 = 0.635 รวมแล้ว 1 นิ้ว 2 หุน จะเท่ากับ 2.54 + 0.635 = 3.175 เซนติเมตร หรือ 31.75 มิลลิเมตร

การแปลงหน่วยนี้อาจจะดูซับซ้อน แต่ในการใช้งานจริงจะมีการแปลงอยู่ไม่กี่ครั้งเนื่องจากขนาดของวัสดุต่าง ๆ มักจะใกล้เคียงกันอยู่แล้ว เมื่อเราเลือกได้ว่าต้องการใช้วัสดุขนาดใดก็จะเกิดความคุ้นเคยในที่สุด

ไปด้านบน